“อนุทิน” เผย มหาดไทย เยียวยาเหยื่อ รถบัสเทศบาลดูงานคว่ำ ตามระบบ รายละ 5 แสน ชี้ยกเลิกดูงาน-ทัศนศึกษา แค่ปลายเหตุ ด้าน “สมศักดิ์” ส่งทีม Mcatt ลงพื้นที่ด่วนเยียวยาจิตใจผู้ประสบเหตุ
วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2568 จังหวัดแม่ฮ่องสอน นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึง กรณีอุบัติเหตุรถบัสทัศนศึกษาเทศบาลพรเจริญ จังหวัดบึงกาฬ มุ่งหน้าไปจังหวัดระยอง พลิกคว่ำช่วงทางลง อำเภอนาดี จังหวัดปราจีนบุรี ทำให้มีผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนมากว่า ได้รับทราบจากข่าว ส่วนการให้ความช่วยเหลือนั้น เป็นไปตามระบบ รายละ 500,000 บาท
ส่วนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจำเป็นจะต้องทบทวนการดูงานในพื้นที่ระยะไกลอย่างไรหรือไม่นั้น นายอนุทิน กล่าวว่าเป็นเรื่องปลายเหตุ สิ่งที่ต้องดูคือสภาพรถเป็นอย่างไร อย่างกรณีนี้ วิ่งระยะทางจากบึงกาฬไปปราจีนบุรี ใช้คนขับกี่คน จำกัดความเร็วอย่างไร ซึ่งต้องรอผลการสอบสวนก่อน
เหตุแบบนี้เป็นสิ่งที่ไม่น่าเกิด แต่ไม่ใช่ว่าเกิดเหตุแล้ว เหมือนก่อนหน้านี้ ก็มาห้ามไม่ให้ทัศนศึกษา เดินทางต่างถิ่น ก็ไม่ใช่ อย่างนี้เศรษฐกิจไม่ได้ การเสริมทักษะความรู้ก็เกิดขึ้นไม่ได้ ซึ่งตนว่าไม่เกี่ยวข้องกัน สิ่งที่ต้องไปดู เรื่องการปฏิบัติตามกฎความปลอดภัย กฎจราจรเป็นอย่างไรมากกว่า
“สมศักดิ์” เสียใจรถทัวร์ดูงานจ.บึงกาฬ พลิกคว่ำ ส่งทีม Mcatt ลงพื้นที่ด่วนเยียวยา
ด้านนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยถึงกรณีเกิดเหตุรถทัวร์จากจ.บึงกาฬ นำคณะศึกษาดูงานที่จ.ระยอง พลิกคว่ำในเขตอำเภอนาดี จ.ปราจีนบุรี ทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายรายว่า จากกรณีที่เกิดขึ้นได้รับรายงานจากโรงพยาบาลนาดี จ.ปราจีนบุรีว่า มีผู้ประสบเหตุ 49 ราย เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 17 ราย และเสียชีวิตที่รพ. 2 ราย รวม 19 ราย (ตัวเลขรายงานเมื่อเวลา 12.00 น.) บาดเจ็บ 32 ราย ส่งรพ. นาดี 23 ราย รพ. กบินทร์บุรี 9 ราย เบื้องต้นได้ประสานทีม mcatt สสจ.ปราจีนบุรี ทีม mcatt สสจ.บึงกาฬ พร้อมกับทางกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จำนวน 6-7 คน เร่งเข้าพื้นที่พูดคุยกับญาติผู้ประสบเหตุโดยเร็วหลังเกิดเหตุการณ์ เพื่อคัดกรองด้านสุขภาพจิต และเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบทางจิตใจ โดยเฉพาะครอบครัวผู้เสียชีวิตทุกครอบครัว และผู้อยู่ในเหตุการณ์ เพื่อส่งต่อข้อมูลให้กับทาง รพ.จิตเวชสระแก้ว
อย่างไรก็ตาม กระทรวงสาธารณสุขมีมาตรการช่วยเหลือเวลาเกิดเหตุฉุกเฉิน คือ 1. ส่งทีมเข้าช่วยเหลือรักษาพยาบาลเบื้องต้น 2. เคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บไปรักษาต่อยังโรงพยาบาล และ 3. ดูแลจิตใจผู้บาดเจ็บ และญาติของผู้เสียชีวิต ซึ่งเจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุขได้ปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดและทันท่วงที
“ผมขอแสดงความเสียใจและส่งกำลังใจไปยังครอบครัวผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ ขอให้ความเชื่อมั่นว่ากระทรวงสาธารณสุขจะให้การช่วยเหลือดูแลพี่น้องอย่างเต็มที่ ทั้งทางกายและทางใจ และขอให้แนะนำให้ช่วยกันสอดส่องดูแลสภาพจิตใจผู้ได้รับผลกระทบทั้งโดยตรงและโดยอ้อมอย่างสม่ำเสมอ หากพบอาการปกติให้รีบปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญหรือโทรปรึกษาสายด่วนสุขภาพจิต 1323” นายสมศักดิ์กล่าว
