
สื่อสหรัฐฯ เผย บิล เกตส์ ยอมรับต่อหน้าพนักงานมูลนิธิเกตส์ ว่า เขาติดต่อกับเจฟฟรีย์ เอปสตีน หลังจากนักการเงินรายนี้รับโทษคดีทางเพศไปแล้ว และยอมรับว่า เขาเคยมีความสัมพันธ์กับหญิงรัสเซีย 2 คน
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 25 ก.พ. 2569 ว่า มูลนิธิเกตส์ (Gates Foundation) ระบุในแถลงการณ์ว่า บิล เกตส์ ได้ “แสดงความรับผิดชอบต่อการกระทำของตน” เกี่ยวกับความสัมพันธ์กับ เจฟฟรีย์ เอปสตีน ผู้ต้องหาคดีล่วงละเมิดทางเพศ ในระหว่างการประชุมทาวน์ฮอลล์ร่วมกับพนักงานของมูลนิธิ
ทางมูลนิธิเผยว่า เกตส์ได้ตอบคำถามในประเด็นต่าง ๆ ในการประชุมที่จัดขึ้นปีละสองครั้งเมื่อวันที่ 24 ก.พ. ซึ่งรวมถึงเรื่องการเปิดเผยเอกสารคดีของเอปสตีนด้วย นอกจากนี้มูลนิธิยังระบุเสริมว่า “ในการประชุมทาวน์ฮอลล์ บิลได้พูดอย่างเปิดเผย โดยตอบคำถามหลายข้ออย่างละเอียด และได้แสดงความรับผิดชอบต่อการกระทำของตนเอง”
แถลงการณ์ดังกล่าวมีขึ้นเพื่อตอบสนองรายงานของวอลล์สตรีทเจอร์นัล (Wall Street Journal) ที่ระบุว่า เกตส์ได้กล่าวขอโทษต่อพนักงานในงานดังกล่าวเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างเขากับเอปสตีน
เอกสารที่กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ เปิดเผยก่อนหน้านี้ระบุว่า เกตส์และเอปสตีนได้พบปะกันหลายครั้งเพื่อหารือเรื่องการขยายขอบเขตงานด้านการกุศลของเกตส์ โดยการพบปะดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่เอปสตีนพ้นโทษจำคุก 13 เดือนในปี 2552 ในข้อหาจัดหาผู้เยาว์เพื่อการค้าประเวณี
ตามรายงานของวอลล์สตรีทเจอร์นัล ซึ่งอ้างข้อมูลจากบันทึกเสียงคำพูดของเกตส์ในระหว่างการประชุมทาวน์ฮอลล์ระบุว่า เกตส์บอกกับพนักงานว่ามันเป็นความผิดพลาดครั้งใหญ่ที่เขาไปใช้เวลาร่วมกับเอปสตีน และยังดึงเอาผู้บริหารของมูลนิธิเกตส์เข้าไปร่วมประชุมกับอาชญากรทางเพศผู้นี้ด้วย
“ผมขอโทษคนอื่นๆ ที่ต้องถูกดึงเข้ามาพัวพันกับเรื่องนี้เพราะความผิดพลาดที่ผมได้ทำลงไป” เกตส์กล่าวตามรายงานของวอลล์สตรีทเจอร์นัล
วอลล์สตรีทเจอร์นัลระบุเพิ่มเติมว่า เกตส์ยังยอมรับว่า เขาแอบมีความสัมพันธ์นอกสมรสกับหญิงชาวรัสเซีย 2 ราย ซึ่งเอปสตีนได้ล่วงรู้เรื่องนี้ในเวลาต่อมา แต่เกตส์ยืนยันว่าสตรีทั้งสองไม่ใช่เหยื่อของเอปสตีน
“ผมไม่ได้ทำอะไรที่ผิดกฎหมาย และผมก็ไม่เห็นสิ่งผิดกฎหมายใดๆ” เกตส์บอกกับพนักงาน
ทั้งนี้ เอกสารคดีเอปสตีนที่ถูกเผยแพร่ออกมา ปรากฏภาพถ่ายที่เกตส์โพสต์ท่าร่วมกับผู้หญิงหลายคนที่ถูกเซนเซอร์ใบหน้าไว้ โดยก่อนหน้านี้เกตส์ระบุว่าความสัมพันธ์ของเขากับเอปสตีนจำกัดอยู่เพียงแค่การหารือด้านการกุศลเท่านั้น และยอมรับว่าการไปพบกับเอปสตีนถือเป็นความผิดพลาด
ตามรายงานของวอลล์สตรีทเจอร์นัล เกตส์บอกกับพนักงานของมูลนิธิว่า รูปภาพเหล่านั้นเป็นภาพที่เอปสตีนขอให้เขาถ่ายร่วมกับกลุ่มผู้ช่วยของเอปสตีนหลังจากเสร็จสิ้นการประชุม และยืนยันว่า “เพื่อความชัดเจน ผมไม่เคยใช้เวลาร่วมกับเหยื่อหรือผู้หญิงที่อยู่รอบตัวเขาเลย”
เอกสารอื่น ๆ ยังแสดงให้เห็นว่า เอปสตีนเคยพยายามทำหน้าที่เป็นคนกลางไกล่เกลี่ยความขัดแย้งระหว่างเกตส์กับที่ปรึกษาคนหนึ่งชื่อ โบริส นิโคลิก ในปี 2556 นอกจากนี้ เอปสตีนยังเขียนอีเมลถึงตัวเองโดยระบุว่า เกตส์และคณะผู้ช่วยปฏิบัติกับเขาไม่ดี ทั้งที่มีความสนิทสนมกันมากถึงขั้นที่เกตส์เคยมาขอยาปฏิชีวนะเพื่อรักษาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่ติดมาจาก “สาวรัสเซีย”
ด้าน เมลินดา เฟรนช์ อดีตภรรยาของเกตส์ซึ่งหย่ากันในปี 2564 เคยออกมาพูดถึงข้อครหาที่อดีตสามีของเธอกำลังเผชิญเมื่อ 5 ก.พ.ที่ผ่านมาว่า “ไม่ว่าคำถามอะไรก็ตามที่ยังเหลืออยู่เกี่ยวกับสิ่งที่ฉันมารู้ และฉันไม่อาจล่วงรู้ได้ทั้งหมด คำถามเหล่านั้นต้องไปถามคนกลุ่มนั้น หรือแม้แต่อดีตสามีของฉันเอง พวกเขาต้องเป็นคนตอบคำถามเหล่านั้น ไม่ใช่ฉัน”
มูลนิธิเกตส์ระบุเมื่อช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ว่า ทางมูลนิธิไม่เคยมีการจ่ายเงินใดๆ ให้แก่เอปสตีน และไม่เคยว่าจ้างเขาไม่ว่าในเวลาใดก็ตาม
เมื่อสัปดาห์ก่อน บิล เกตส์ ยกเลิกแผนการเข้าร่วมการประชุมสุดยอด AI Impact Summit ในประเทศอินเดีย เพียงไม่กี่ชั่วโมงก่อนกำหนดการกล่าวสุนทรพจน์หลัก เมื่อวันที่ 19 ก.พ.ที่ผ่านมา หลังจากข้อครหาของเขาเกี่ยวกับคดีของนายเอปสตีนรุนแรงขึ้น
ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign
ที่มา : usatoday